Categories
News

เคล็ดลับดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ห่างไกล “ไข้หวัดใหญ่”

เคล็ดลับดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ห่างไกล “ไข้หวัดใหญ่” ฤดูหนาวเป็นฤดูที่หลายคนมักป่วยกันง่ายและเยอะมาก จึงเป็นช่วงที่ต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะคนที่มักจะหนาวได้ง่าย จะต้องเตรียมตัวดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี ซึ่งเราก็มีเคล็ดลับดูแลสุขภาพในช่วงหน้าหนาวมาฝากคนรักสุขภาพดังนี้

ช่วงปลายฝนต้นหนาว ยังมีเชื้อไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) ระบาดในเด็กเล็กๆ เด็กที่ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัด แต่ถ้ามีเสมหะมาก เหนื่อยหอบและหายใจมีเสียงหวีด (คล้ายหลอดลมตีบ)ควรรีบไปพบแพทย์ หากรุนแรง อาจมีอาการตัวเขียวซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต ถ้าเป็นโรคนี้ ควรล้างจมูกด้วยน้ำเกลือและให้เด็กดื่มน้ำหรือนม (สำหรับเด็กท่ียังไม่หย่านม) เพื่อลดภาวะขาดน้ำและขับเสมหะ และแยกภาชนะและอุปกรณ์ต่างๆ

ดูแลตัวเองให้ห่างไกลไข้หวัด
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง หมั่นออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงมลพิษ ควรใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน เพื่อป้องกันการติดเชื้อและแพร่เชื้อจากการไอและจาม

ไข้หวัดใหญ่
เกิดจากการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอ็นชา อาการที่พบคือ หนาวสั่น ไข้ขึ้นสูง เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะอย่างรุนแรง บางรายมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อาจรุนแรงถึงชีวิต เมื่อคุณสังเกตว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดเป็นไข้หวัดใหญ่ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา

บางคนอาจสับสนว่าเป็นไข้หวัดใหญ่หรือเป็นโรคโควิดกันแน่ เรามีวิธีง่ายๆ เปรียบเทียบไข้หวัดว่าแตกต่างจากอาการโควิดอย่างไรมาให้คุณที่นี่

ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่และวิธีรักษา
มักหายเองหลังจากพักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำบ่อยๆ เช็ดตัวลดไข้ทุกๆ ชั่วโมงเพื่อระบายความร้อนในร่างกาย สามารถบรรเทาอาการด้วยการรับประทานยาลดไข้ ยาแก้ไอ ยาลดน้ำมูก หากมีไข้ขึ้นสูงและเป็นเวลานาน ควรไปพบแพทย์ เพื่อเช็คอาการให้ละเอียด

ดูแลตัวเองให้ห่างไกลไข้หวัดใหญ่
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีบริการตามโรงพยาบาล ควรใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ช้อนส้อม ผ้าเช็ดตัว ควรล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำสบู่หรือถูมือด้วยเจลแอลกฮอลล์

หัด
อาการคล้ายไข้หวัด มักจะมีไข้ก่อนแล้วจึงมีน้ำมูก ไอแห้งๆ ตลอดเวลา ตาแดง จมูกแดง ในเด็กจะมีไข้สูง 3-4 วันแล้วจึงมีผื่นแดงๆ ขึ้นที่หลังหู ลามไปยังหน้าและร่างกาย โดยภายใน 24 ชม. จะมีตุ่มใสๆ ขึ้นในปาก กระพุ้งแก้ม และฟันกรามบน ซึ่งจะเป็นตุ่มที่เกิดขึ้นเฉพาะในโรคหัดเท่านั้น พอผื่นออกได้ประมาณ 2-3 วัน อาการก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่จำเป็นต้องเฝ้าระวังเพราะอาจมีโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม อุจจาระร่วง สมองอักเสบ และหูชั้นกลางอักเสบ เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสรูบีโอราไวรัส พบได้มากในจมูกและลำคอ

วิธีรักษา
ยังไม่มียารักษาหัด ปกติรักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ อาการก็จะทุเลาลงเอง แต่หากมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น หายใจสั้น เจ็บที่หน้าอกขณะหายใจ หรือมีอาการชัก ควรรีบพบแพทย์ด่วน

ดูแลตัวเองให้ห่างไกลโรคหัด
วิธีที่ดีที่สุดคือฉีดวัคซีนรวม หัด หัดเยอรมันและคางทูมป้องกันโรคหัดในเด็กวัย 9 – 12 เดือน และต้องฉีดกระตุ้นอีกครั้งเมื่ออายุ 6 ปี

ปอดบวม
พบบ่อยช่วงหน้าหนาว โรคปอดบวมคือภาวะปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัสที่มีมากเกินไปจนทำให้มีหนองและสารปนเปื้อนอย่างอื่นในถุงลม

โรคปอดบวมมักจะพบหลังจากการเป็นไข้หวัดเรื้อรังหรือผู้ที่เป็นโรคหอบหืด โดยเฉพาะในผู้สูงวัยและเด็กเล็ก ( 5-10 ขวบ) ผู้ป่วยมักมีอาการไอ จาม เสมหะมาก แน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออก คัดจมูก มีไข้สูงเกิน 2 วัน เชื้อนี้สามารถแพร่กระจายได้จากการไอ จาม สำลักน้ำลาย เศษอาหารและน้ำย่อย โดยเชื้อมักจะปะปนอยู่ในน้ำลายและเสมหะ

วิธีรักษาปอดบวม
ควรพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่ามีอาการปอดบวม ก็จะได้รับยาปฏิชีวนะมาทานควบคู่ไปกับยาลดไข้ ยาละลายเสมหะและยาขยายหลอดลม ผู้ป่วยควรดื่มน้ำมากๆ เพราะน้ำจะช่วยละลายเสมหะได้

ดูแลตัวเองให้ห่างไกลปอดบวม
อาการปอดบวมส่วนใหญ่มักเริ่มจากการเป็นไข้หวัด เมื่อรู้ว่าเป็นไข้หวัดก็ควรรีบรักษาเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ดื่มน้ำอุ่นมากๆ อยู่ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ล้างมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ส่วนเด็กเล็กควรฉีดวัคซีนป้องกันปอดบวม