Categories
News

เรารักกัน และคนละครึ่ง : หาร้านเด็ดร้านโดนด้วย Social Listening Tools

เรารักกัน และคนละครึ่ง : หาร้านเด็ดร้านโดนด้วย Social Listening Tools สิ้นเดือนก็เหมือนสิ้นใจครับบางคนที่เงินเดือนออก 25 ก็แสดงความยินดีด้วยครับ แต่ผมนั้นออกอีกทีสิ้นเดือนเลย แต่จะให้กินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจนกว่าเงินเดือนจะออกก็ดูไม่ดีนัก ไถหน้าโซเชียลไปมาก็เจอแต่คนไปกินชาบู หมูกระทะ จิ้มจุ่ม ยั่วน้ำลายกันไปอีก ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วเงินเรารักกันเข้าพอดี ขอกินชาบูซักมื้อรอเงินเดือนเข้ากันดีกว่าครับ แต่จะให้เดินดุ่ม ๆ ไปกินเลยคงไม่สมศักดิ์ศรี Mandala Analytics Team วันนี้ผมจึงขอนำเสนอร้านชาบูร้านเด็ดที่รับโครงการเราชนะ เรารักกัน และคนละครึ่ง ด้วย Social Listening Tool มาดูกันครับว่ามีร้านไหนบ้าง และแต่ละร้านมีทีเด็ดอยู่ที่อะไร

หัวใจสำคัญของ Social Listening Tool คือคีย์เวิร์ด

มีคนรู้จักหลายคนที่หันมาให้ความสนใจและใช้ Social Listening Tool กับองค์กรหรือธุรกิจของตนเองมากยิ่งขึ้น แต่ปัญหาสำคัญที่ผมมักจะถูกร้องขอให้ช่วยเหลือเสมอคือ “การคิดคีย์เวิร์ด” ครับ บ่อยครั้งหลายคนมักคิดไม่ออก ไม่มีไอเดีย หรือกระทั่งใส่คีย์เวิร์ดเข้าไปมั่ว ๆ ทำให้ข้อมูลที่ออกมากว้างเกินไป เละเทะเกินไป หรือกระทั่งไม่สามารถใช้งานได้เลย ในบทความนี้ผมจะมาสอนเทคนิคนี้อีกครั้งครับ

การคิดคีย์เวิร์ดนั้นหลัก ๆ เราสามารถทำได้ 3 วิธีครับ

1. สนใจประเด็นใดก็ใส่ไปตรง ๆ เลย: วิธีนี้พูดอีกแบบก็คือคิดเอาเองเลยครับอย่างในบทความนี้ผมสนใจร้านชาบูที่เข้าร่วมโครงการของรัฐ ได้แก่ เราชนะ, เรารักกัน, คนละครึ่ง ผมก็ใส่คำว่า “ชาบู” + โครงการรัฐต่าง ๆ รวมถึงผมก็คิดไปอีกว่าในความเป็นจริงอาจจะมีคนพิมพ์คำว่าชาบูเป็นภาษาอังกฤษด้วย ผมเลยเผื่อภาษาอังกฤษเข้าไป ตามตัวอย่างจากภาพที่ผมยกมาเลยครับ ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดที่ผมนำมาวิเคราะห์ในบทความนี้ด้วย นอกจากนี้ บางองค์กรหรือบริษัทที่มีการทำการตลาดออนไลน์ สามารถใส่แฮชแท๊ก (#) หรือคำต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญ กิจกรรม หรืออีเว้นท์ ก็ได้เช่นเดียวกันครับ

2. Google Trends: วิธีนี้เป็นการดูกระแสในภาพรวมของประเด็นที่เราสนใจ โดยผลที่ได้จาก Google Trends นั้นเราสามารถนำมาประยุกต์ในการคิดคีย์เวิร์ดของเราได้ครับ จากภาพเราจะเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมาคนสนใจชาบูแค่บางแบรนด์เท่านั้น หากนักการตลาดออนไลน์ต้องการดูว่าทำไมแบรนด์ดังกล่าวถึงได้รับความนิยมก็สามารถใส่ชื่อแบรนด์เหล่านี้ลงใน Social Listening Tool ได้เลย

3. โปรแกรมคิดคีย์เวิร์ดรายอื่น: โปรแกรมประเภทนี้จะมีลักษณะการทำงานที่คล้ายคลึงกับ Google Trends ครับ แต่ถ้าเราเสียเงินให้กับโปรแกรมพวกนี้มันจะบอกรายละเอียดที่ดีกว่าครับ อย่างที่ผมใช้บ่อย ๆ คือ Keywordtool.io ครับ ตามภาพประกอบที่ผมยกมา ซึ่งเราสามารถนำไอเดียมาปรับใช้ได้เช่นเดียวกันครับ เช่น เราจะสังเกตเห็น “ชาบู ซูชิ ใกล้ฉัน” แสดงว่าผู้บริโภคมองหาร้านชาบูที่ต้องมีเมนูทานเล่นอย่างซูชิด้วย ฉะนั้น คีย์เวิร์ดที่ใส่จึงควรเป็น “ชาบู+ซูชิ” ครับ

สรุป การใช้ Social Listening Tool กับการหาร้านชาบู

บทความนี้ผมพยายามเอาเรื่องเล็ก ๆ ใกล้ตัวมาขยายให้เห็นความสำคัญของ Social Listening Tool ว่า หากเราจับจุดดี ๆ เราสามารถใช้มันได้หลากหลายแง่มุม หลากหลายอุตสาหกรรม ข้อคิดส่วนตัวที่ผมได้จากการหา insight ครั้งนี้คือ ผมเจอร้านชาบูที่ไม่คุ้นเคยเต็มไปหมดจากแต่ก่อนที่ผมมีชื่อของร้านชาบูเพียงไม่กี่แบรนด์ ความน่ากลัวคือ ยิ่งร้านชาบูเกิดใหม่มากขึ้นเท่าไหร่ผู้บริโภคยิ่งคาดหวังกับร้านชาบูมากขึ้นเท่านั้น ทั้งในแง่คุณภาพและปริมาณ เป็นโจทย์ที่ผมอยากทิ้งทวนให้นักการตลาดออนไลน์ทุกท่านครับว่า เราจะดึงฐานลูกค้าของเราให้อยู่หมัดอย่างไร ท่ามกลางตัวเลือกอันมหาศาลให้กับผู้บริโภค